พฤกษา ขายบ้าน คอนโด บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านใหม่ Pruksa

เรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้าน

หลากหลายเรื่องราวเกี่ยวกับบ้าน สิ่งดีๆที่พฤกษาแฟมิลีอยากมอบให้คุณ

ซื้อบ้านแบบไหนอุ่นใจกว่ากัน-บริษัทรายย่อยหรือบริษัทรายใหญ่

30 May 2017 5:32 PM


ซื้อบ้านแบบไหนอุ่นใจกว่ากัน บริษัทรายย่อยหรือบริษัทรายใหญ่

 

การเลือกซื้อบ้านเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย หรือเพื่อการลงทุน นอกจากทำเลที่ตั้ง ราคา ความสะดวกสบาย โปรโมชั่น บริการหลังการขาย สิ่งแวดล้อมรอบที่อยู่อาศัย ฯลฯ แล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาให้ดีคือ บริษัทอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการที่อยู่อาศัย

                หลายคนคงมีคำถามว่า ระหว่างโครงการที่อยู่อาศัยโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายย่อยกับบริษัทรายใหญ่ ควรจะเลือกแบบไหนดี นี่คือสิ่งที่คุณควรพิจารณาในการเลือกซื้อบ้านจากบริษัทรายย่อยและรายใหญ่

                ความน่าเชื่อถือของบริษัทมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ – ข้อดีของการเลือกบริษัทรายใหญ่คือมีความน่าเชื่อถือ มีประวัติการทำงานยาวนาน ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากธนาคารในการพิจารณาให้สินเชื่อได้ง่ายกว่าบริษัทรายย่อย ในขณะที่การซื้อบ้านจากบริษัทรายย่อยที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ อาจทำให้คุณถูกปฏิเสธสินเชื่อได้

               จะมั่นใจได้อย่างไรว่าโครงการจะไม่ถูกล้มเลิกก่อนแล้วเสร็จ – บริษัทรายใหญ่มีผลงานความสำเร็จมาก่อนหลายโครงการ ทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการจะแล้วเสร็จด้วยดี ในขณะที่การเลือกซื้อบ้านจากบริษัทรายย่อยที่มีประสบการณ์น้อย หรือไม่มีความมั่นคง อาจทำให้คุณต้องเผชิญความเสี่ยงกับการล้มเลิกโครงการ หรือแล้วเสร็จล่าช้าไม่ตรงตามกำหนดหรือไม่เป็นไปตามที่ตกลงก็เป็นได้ ไม่คุ้มกับความเครียด เวลา และเงินที่เสียไป

                ประสบการณ์ของเจ้าของโครงการช่วยทำให้คุณอุ่นใจได้ – บริษัทที่มีประสบการณ์การทำโครงการที่อยู่อาศัยมายาวนาน จะสามารถบริหารโครงการได้อย่างราบรื่นเป็นมืออาชีพ พร้อมที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที ทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่อาจตามมา และมั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการอย่างดีที่สุด ในขณะที่บริษัทที่มีชั่วโมงบินน้อยอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจมากและวิธีการบริหารที่ดีเท่า

                เลือกบริษัทที่มีความสามารถในการควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายได้ – การสร้างอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนมหาศาลที่จำเป็นต้องมีการควบคุมงบประมาณอย่างดี ไม่ให้กระทบลูกค้าได้ การเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์สูง มีความมั่นคงสูง จะแสดงงบประมาณที่ชัดเจน มีระบบขั้นตอนการก่อสร้างที่ถูกต้องปลอดภัย มีผู้รับเหมาที่มีฝีมือและเชื่อถือได้ ทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหางบประมาณบานปลายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้จากความผิดพลาดของผู้สร้าง และช่วยให้เราสามารถควบคุมงบประมาณได้

                อย่าดูแค่การก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ดูไปถึงการดูแลอย่างต่อเนื่อง – บางบริษัทเมื่อก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จก็อาจจะไม่มีระบบในการดูแลลูกบ้านต่อ เมื่อมีปัญหาก็ปล่อยให้ลูกบ้านแก้ปัญหากันเอง แต่บริษัทรายใหญ่ที่มีมาตรฐานและมีความรับผิดชอบสูงจะมีระบบการดูแลลูกบ้านอย่างยาวนาน และช่วยแก้ปัญหาให้ลูกบ้านได้

                ข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง – ข้อดีของการซื้อบ้านจากบริษัทรายใหญ่ก็คือการมีโครงการที่มีทำเลที่ตั้งหลากหลายให้เราเลือกได้มากกว่า และมักจะได้ทำเลที่มีความสะดวกสบายมากกว่าบริษัทรายย่อย

                เลือกบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย – บริษัทรายใหญ่จะลงทุนกับระบบการรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานเพราะถือว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ ทำให้เราอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจ

                ลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี – การซื้อบ้านไม่ใช่เป็นเพียงการซื้อที่อยู่อาศัย แต่เป็นการลงทุนซื้อสิ่งแวดล้อมไปด้วย บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีวิสัยทัศน์จึงจะต้องลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมในที่อยู่อาศัยเพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัย เช่น การสร้างสาธารณูปโภคที่เอื้ออำนวยต่อไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย พื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อน พื้นที่ออกกำลังกาย โค-เวิร์กกิ้งสเปซ ฯลฯ ไปจนถึงการตั้งโครงการให้อยู่ในตำแหน่งเดินทางสะดวก สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดได้ ในขณะที่บริษัทรายย่อยอาจจะไม่มีการลงทุนในเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านี้

ตัวอย่างของโครงการใหญ่ที่ออกแบบบ้านได้น่าอยู่อาศัยและมีข้อได้เปรียบเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีการดูแลอย่างต่อเนื่องก็คือ เดอะ แพลนท์ รังสิต-คลอง 3 โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น-อินดัสเตรียล ที่ผสมผสานสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

ขึ้นข้างบน


กลับไป

© 2017 Pruksa Real Estate Public Company Limited. All rights reserved.
Privacy Policy | Terms of Use