- สินเชื่อเพื่อบ้านและที่อยู่อาศัย
-
เตรียมเอกสารให้ครบ ตามที่เจ้าหน้าที่มีจดหมายแจ้งไปแล้วนำมายื่นกู้ธนาคาร ซึ่งเข้ามาให้บริการที่สำนักงานใหญ่ ชั้น 29 ตึก SM Tower สนามเป้า โดยจะมีเจ้าหน้าที่สินเชื่อและโอนสิทธิ์คอยให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 17.30 น. ทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์)
ผู้กู้และ/หรือผู้ร่วมกู้ทุกคนต้องไปทำเรื่องขอกู้ เนื่องจากต้องไปกรอกใบคำขอสินเชื่อตามแบบฟอร์มของธนาคาร และต้องลงลายมือชื่อทุกคน
เงื่อนไขการกู้ ขึ้นอยู่กับระเบียบและกฏเกณฑ์ของธนาคารนั้นๆ โดยแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
รายได้จากเงินเดือนประจำ พิจารณารายได้จากเงินเดือนรับสุทธิหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัวหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้x40%=ความสามารถในการผ่อนต่อเดือนเช่นเงินเดือนรับสุทธิเดือนละ30,000บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วเหลือสุทธิเดือนละ20,000บาทดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน=20,000x40%=8,000 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด
รายได้จากอาชีพอิสระ หากท่านไม่มีเอกสารการเงินที่ชัดเจนหรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอติดต่อกันถึง 3 เดือน จะทำการขอสินเชื่อได้ค่อนข้างยาก โดยธนาคารจะพิจารณาจากความมั่นคงของบริษัทประกอบกับอายุงานและSlip รายได้ เช่น อาชีพขายประกันพนักงานขายที่รายได้ส่วนใหญ่ มาจากค่าคอมมิชชั่นโดยความสามารถในการผ่อนต่อเดือน จะคำนวณจากยอดรายได้สุทธิเฉลี่ย 6-12 เดือนย้อนหลัง (นับถึงวันยื่นกู้) x 30-40% (เนื่องจากธนาคารคิดรายได้จากอาชีพอิสระให้เพียง 30-40%) หักค่าใช้จ่ายครอบครัวประจำเดือนหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโร(ดูหัวข้อการตรวจสอบเครดิตบูโรประกอบ) และ/หรือการค้ำประกันหนี้x40%=ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน เช่น ผู้กู้เป็นตัวแทนประกันชีวิต มีรายได้เฉลี่ย 6 ถึง12 เดือนย้อนหลังเดือนละ 50,000บาทx30-40%=รายได้ที่ธนาคารจะนำมาคำนวณจริง =15,000-20,000บาท หัก ค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วเหลือสุทธิเดือนละ12,000บาทดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน=12,000x40%= 4,800บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด
รายได้จากธุรกิจส่วนตัว พิจารณารายได้จากยอดขายxกำไร10–30%(แล้วแต่ประเภทธุรกิจ)หัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัว หักผ่อนหนี้ต่างๆที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้ x 40% = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือนเช่นยอดขายเดือนละ500,000 บาท x กำไร 20%=100,000 บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วเหลือสุทธิเดือนละ80,000บาท ดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน = 80,000x40% ได้32,000 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด
ลูกค้าทั่วไปวงเงินกู้ = 25-35เท่า x รายได้สุทธิ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร) ทั้งนี้วงเงินกู้ต้องไม่เกิน90% ของราคาประเมินบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนั้นๆมีสวัสดิการกับธอส.ในเงื่อนไขกู้ได้ 90% หรือ100% (ผู้กู้ต้องสอบถาม ต้นสังกัดเอง) และต้องขอหนังสืออนุมัติผ่านสิทธิดังกล่าวจากต้นสังกัดมาประกอบการกู้ด้วย
ลูกค้าที่สังกัดหน่วยงานที่มีสวัสดิการกับธอส.วงเงินกู้ = 50เท่า x รายได้สุทธิ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร) ทั้งนี้วงเงินกู้ต้องไม่เกิน 90% ถึง 100% ของราคาประเมินบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนั้นๆ มีสวัสดิการกับ ธอส.ในเงื่อนกู้ได้ 90% หรือ 100% (ผู้กู้ต้องสอบถามต้นสังกัดเองและต้องขอหนังสืออนุมัติผ่านสิทธิดังกล่าวจากต้นสังกัดมาประกอบการยื่นกู้ด้วย
ลูกค้าที่ต้องการใช้สวัสดิการกู้จากหน่วยงานโดยตรง สามารถจะติดต่อขอรับเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ จากฝ่ายสินเชื่อ ซึ่งประกอบด้วย
สำเนาโฉนด
สำเนาเลขที่บ้าน
หนังสือมอบอำนาจขอราคาประเมิน
ผังแปลงคง(ผังรวมของโครงการที่ปรากฏเลขที่ของที่ดิน)
แบบแปลนบ้านและอื่นๆ ตามที่หน่วยงานนั้นต้องการ
หนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์
หนี้ค่าผ่อนชำระสินค้าต่างๆ ผ่อนรถยนต์ ผ่อนบ้าน
ประวัติการถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง ล้มละลาย ค้ำประกัน หรือบังคับชำระหนี้อื่นๆ ทุกประเภท
ต้องไม่ได้ยื่นกู้ซื้อบ้านอื่นอยู่ (กู้เองหรือกู้ร่วมกับผู้อื่น) หากมีภาระหนี้ดังกล่าว แล้วธนาคารจะนำค่างวดดังกล่าวมาหักจากรายได้ ทำให้รายได้สุทธิลดลงหรือไม่พอ การกู้อาจมีปัญหาหรือกู้ได้น้อยลง
ไม่เคยมีหนี้ค้างชำระ เช่น หนี้ค่าโทรศัพท์ น้ำ ไฟฟ้า ผ่อนรถยนต์ ผ่อนสินค้าต่างๆ หรือค้ำประกันหนี้
ไม่เคยถูกดำเนินคดีแพ่งหรือล้มละลายมาก่อน
หากจดทะเบียนสมรส ต้องมีคู่สมรสมาเซ็นให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมต่อธนาคาร ด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น เช่น แยกกันอยู่ หรือหาตัวไม่เจอ เว้นแต่หย่าขาดกันแล้ว โดยแสดงทะเบียนหย่า
ผู้กู้ต้องยื่นหลักฐานการฝากเงิน (บัญชีออมทรัพย์) หรือหลักฐานการออมเงินผ่านประเภทบัญชีต่างๆ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันยื่นกู้ธนาคาร โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีพอสมควรเพื่อยืนยันความสามารถในการชำระหนี้ได
ผู้กู้ต้องชำระเงินดาวน์ให้สม่ำเสมอตามกำหนด เนื่องจากธนาคารจะให้ข้อมูลการผ่อนดาวน์มาประกอบการพิจารณากู้ด้วย
ขั้นตอนและเอกสารการขอสินเชื่อ
ทาง บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะซื้อบ้านกับทางบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านพฤกษา, พฤกษาวิลเลจ, พฤกษาวิลล์ และ โครงการภัสสรทุกโครงการของบริษัทฯ โดยเป็นตัวกลางในการติดต่อระหว่างท่านกับทาง ธนาคารที่ท่านต้องการจะขอสินเชื่อ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ เป็นต้น
โดยจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่จำเป็นในการขอสินเชื่อนอกจากนี้ท่านยังสามารถปรึกษาเกี่ยวกับ เรื่องสินเชื่อได้ที่สำนักงานใหญ่ของ บริษัทฯ ในทุกวันทำการอีกด้วยขั้นตอนและเอกสารการขอสินเชื่อ
สำหรับท่านที่ต้องการให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการขอสินเชื่อให้โปรดเตรียม หลักฐานสำคัญที่ใช้ในการขอสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้



1.
สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านของผู้กู้ (ทั้งเล่ม/ ทุกแผ่น)
7 ชุด
4 ชุด
2.
สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านของคู่สมรส (ถ้ามี)
7 ชุด
4 ชุด
3.
สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า(ถ้ามี) หรือใบมรณะบัตรคู่สมรส
7 ชุด
4 ชุด
4.
สำเนาบัตรเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
7 ชุด
4 ชุด
5.
ใบรับรองเงินเดือน พร้อมสลิปเงินเดือน เดือนสุดท้าย (ฉบับจริง)
7 ชุด
4 ชุด
6.
สำเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ (ในกรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว) และรูปถ่ายกิจการ และสำเนาบัญชีกระสรายวัน ย้อนหลัง 6 เดือน
7 ชุด
4 ชุด
7.
สำเนาบัญชีธนาคาร(ย้อนหลัง 6 เดือนจากปัจจุบัน) หรือถ่ายทุกๆ หน้ารวมหน้าบัญชีปัจจุบัน ทุกๆ เล่มที่มี
7 ชุด
4 ชุด
8.
สำเนาสัญญาจะซื้อ จะขาย และใบเสร็จงวดดาวน์ทุกงวด
7 ชุด
4 ชุด
9.
สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี
7 ชุด
4 ชุด
ขั้นตอนการขอสินเชื่อ
การขอสินเชื่อจากธนาคารพานิชย์ทั่วไป
โดยทั่วไป ธนาคารพานิชย์มีวงเงินปล่อยกู้สูงสุดสำหรับลูกค้าโครงการภัสสรประมาณ 90–95% ของราคาขายบ้าน และใช้วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนต่อเดือนแยกตามประเภทรายได้ ของผู้กู้ดังนี้
การขอสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์
พิจารณารายได้ของผู้กู้จากรายได้สุทธิ หัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัว หักผ่อนหนี้ต่างๆที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกัน หนี้ ดังต่อไปนี้
เอกสารที่ยื่นกู้สถาบันการเงิน



1.
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน – ทะเบียนบ้านของผู้กู้ทุกเล่มที่มี(ทั้งเล่ม)
5 ชุด
4 ชุด
2.
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน – ทะเบียนบ้านของคู่สมรส(ถ้ามี)
5 ชุด
4 ชุด
3.
สำเนาทะเบียนสมรสหรือใบหย่า(ถ้ามี) หรือใบมรณะบัตรคู่สมรส(ถ้ามี)
5 ชุด
4 ชุด
4.
สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – ชื่อสกุล(ถ้ามี)
5 ชุด
4 ชุด
5.
ใบรับรองเงินเดือน พร้อมสลิปเงินเดือนฉบับจริง(เดือนสุดท้าย)
1 ชุด
-
6.
สำเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพานิชย์(ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว) รูปถ่ายกิจการและสำเนาบัญชีกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน
1 ชุด
-
7.
สำเนาบัญชีธนาคาร(ย้อนหลัง 6 เดือนจากปัจจุบัน) ทุกๆ หน้า (ถ้ามีหลายบัญชีให้สำเนาทุกบัญชีที่มี)
1 ชุด
-
8.
สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย สำเนาใบเสร็จเงินจอง – เงินทำสัญญา และใบเสร็จงวดดาวน์ทุกงวดที่ชำระมาแล้ว
1 ชุด
-
การตรวจสอบเครดิตบูโร
ทุกธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูลเครดิตของลูกค้าก่อนจะพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ ซึ่งจะตรวจสอบประวัติการกู้ หรือหนี้เสียของลูกค้า โดยละเอียดในเรื่องต่างๆ เหล่านี้
ข้อแนะนำอื่นๆ ที่ผู้ขอสินเชื่อควรทราบ