สินเชื่อเพื่อบ้านและที่อยู่อาศัย

ขั้นตอนและเอกสารการขอสินเชื่อ

ทาง บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะซื้อบ้านกับทางบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านพฤกษา, พฤกษาวิลเลจ, พฤกษาวิลล์ และ โครงการภัสสรทุกโครงการของบริษัทฯ โดยเป็นตัวกลางในการติดต่อระหว่างท่านกับทาง ธนาคารที่ท่านต้องการจะขอสินเชื่อ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ เป็นต้น
โดยจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่จำเป็นในการขอสินเชื่อนอกจากนี้ท่านยังสามารถปรึกษาเกี่ยวกับ เรื่องสินเชื่อได้ที่สำนักงานใหญ่ของ บริษัทฯ ในทุกวันทำการอีกด้วย

ขั้นตอนและเอกสารการขอสินเชื่อ

สำหรับท่านที่ต้องการให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการขอสินเชื่อให้โปรดเตรียม หลักฐานสำคัญที่ใช้ในการขอสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้

เอกสาร กู้ธนาคาร เงินสด

1.

สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านของผู้กู้ (ทั้งเล่ม/ ทุกแผ่น)

7 ชุด

4 ชุด

2.

สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านของคู่สมรส (ถ้ามี)

7 ชุด

4 ชุด

3.

สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า(ถ้ามี) หรือใบมรณะบัตรคู่สมรส

7 ชุด

4 ชุด

4.

สำเนาบัตรเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล (ถ้ามี)

7 ชุด

4 ชุด

5.

ใบรับรองเงินเดือน พร้อมสลิปเงินเดือน เดือนสุดท้าย (ฉบับจริง)

7 ชุด

4 ชุด

6.

สำเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ (ในกรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว) และรูปถ่ายกิจการ และสำเนาบัญชีกระสรายวัน ย้อนหลัง 6 เดือน

7 ชุด

4 ชุด

7.

สำเนาบัญชีธนาคาร(ย้อนหลัง 6 เดือนจากปัจจุบัน) หรือถ่ายทุกๆ หน้ารวมหน้าบัญชีปัจจุบัน ทุกๆ เล่มที่มี

7 ชุด

4 ชุด

8.

สำเนาสัญญาจะซื้อ จะขาย และใบเสร็จงวดดาวน์ทุกงวด

7 ชุด

4 ชุด

9.

สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี

7 ชุด

4 ชุด

ขั้นตอนการขอสินเชื่อ

  1. เตรียมเอกสารให้ครบ ตามที่เจ้าหน้าที่มีจดหมายแจ้งไปแล้วนำมายื่นกู้ธนาคาร ซึ่งเข้ามาให้บริการที่สำนักงานใหญ่ ชั้น 29 ตึก SM Tower สนามเป้า โดยจะมีเจ้าหน้าที่สินเชื่อและโอนสิทธิ์คอยให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 17.30 น. ทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์)

  2. ผู้กู้และ/หรือผู้ร่วมกู้ทุกคนต้องไปทำเรื่องขอกู้ เนื่องจากต้องไปกรอกใบคำขอสินเชื่อตามแบบฟอร์มของธนาคาร และต้องลงลายมือชื่อทุกคน

  3. เงื่อนไขการกู้ ขึ้นอยู่กับระเบียบและกฏเกณฑ์ของธนาคารนั้นๆ โดยแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

การขอสินเชื่อจากธนาคารพานิชย์ทั่วไป

โดยทั่วไป ธนาคารพานิชย์มีวงเงินปล่อยกู้สูงสุดสำหรับลูกค้าโครงการภัสสรประมาณ 90–95% ของราคาขายบ้าน และใช้วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนต่อเดือนแยกตามประเภทรายได้ ของผู้กู้ดังนี้

  1. รายได้จากเงินเดือนประจำ พิจารณารายได้จากเงินเดือนรับสุทธิหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัวหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้x40%=ความสามารถในการผ่อนต่อเดือนเช่นเงินเดือนรับสุทธิเดือนละ30,000บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วเหลือสุทธิเดือนละ20,000บาทดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน=20,000x40%=8,000 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด

  2. รายได้จากอาชีพอิสระ หากท่านไม่มีเอกสารการเงินที่ชัดเจนหรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอติดต่อกันถึง 3 เดือน จะทำการขอสินเชื่อได้ค่อนข้างยาก โดยธนาคารจะพิจารณาจากความมั่นคงของบริษัทประกอบกับอายุงานและSlip รายได้ เช่น อาชีพขายประกันพนักงานขายที่รายได้ส่วนใหญ่ มาจากค่าคอมมิชชั่นโดยความสามารถในการผ่อนต่อเดือน จะคำนวณจากยอดรายได้สุทธิเฉลี่ย 6-12 เดือนย้อนหลัง (นับถึงวันยื่นกู้) x 30-40% (เนื่องจากธนาคารคิดรายได้จากอาชีพอิสระให้เพียง 30-40%) หักค่าใช้จ่ายครอบครัวประจำเดือนหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโร(ดูหัวข้อการตรวจสอบเครดิตบูโรประกอบ) และ/หรือการค้ำประกันหนี้x40%=ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน เช่น ผู้กู้เป็นตัวแทนประกันชีวิต มีรายได้เฉลี่ย 6 ถึง12 เดือนย้อนหลังเดือนละ 50,000บาทx30-40%=รายได้ที่ธนาคารจะนำมาคำนวณจริง =15,000-20,000บาท หัก ค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วเหลือสุทธิเดือนละ12,000บาทดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน=12,000x40%= 4,800บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด

  3. รายได้จากธุรกิจส่วนตัว พิจารณารายได้จากยอดขายxกำไร10–30%(แล้วแต่ประเภทธุรกิจ)หัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัว หักผ่อนหนี้ต่างๆที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้ x 40% = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือนเช่นยอดขายเดือนละ500,000 บาท x กำไร 20%=100,000 บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วเหลือสุทธิเดือนละ80,000บาท ดังนั้นความสามารถในการผ่อนต่อเดือน = 80,000x40% ได้32,000 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด

การขอสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์

พิจารณารายได้ของผู้กู้จากรายได้สุทธิ หัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัว หักผ่อนหนี้ต่างๆที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกัน หนี้ ดังต่อไปนี้

  1. ลูกค้าทั่วไปวงเงินกู้ = 25-35เท่า x รายได้สุทธิ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร) ทั้งนี้วงเงินกู้ต้องไม่เกิน90% ของราคาประเมินบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนั้นๆมีสวัสดิการกับธอส.ในเงื่อนไขกู้ได้ 90% หรือ100% (ผู้กู้ต้องสอบถาม ต้นสังกัดเอง) และต้องขอหนังสืออนุมัติผ่านสิทธิดังกล่าวจากต้นสังกัดมาประกอบการกู้ด้วย

  2. ลูกค้าที่สังกัดหน่วยงานที่มีสวัสดิการกับธอส.วงเงินกู้ = 50เท่า x รายได้สุทธิ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร) ทั้งนี้วงเงินกู้ต้องไม่เกิน 90% ถึง 100% ของราคาประเมินบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนั้นๆ มีสวัสดิการกับ ธอส.ในเงื่อนกู้ได้ 90% หรือ 100% (ผู้กู้ต้องสอบถามต้นสังกัดเองและต้องขอหนังสืออนุมัติผ่านสิทธิดังกล่าวจากต้นสังกัดมาประกอบการยื่นกู้ด้วย

  3. ลูกค้าที่ต้องการใช้สวัสดิการกู้จากหน่วยงานโดยตรง สามารถจะติดต่อขอรับเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ จากฝ่ายสินเชื่อ ซึ่งประกอบด้วย

    • สำเนาโฉนด

    • สำเนาเลขที่บ้าน

    • หนังสือมอบอำนาจขอราคาประเมิน

    • ผังแปลงคง(ผังรวมของโครงการที่ปรากฏเลขที่ของที่ดิน)

    • แบบแปลนบ้านและอื่นๆ ตามที่หน่วยงานนั้นต้องการ

เอกสารที่ยื่นกู้สถาบันการเงิน

เอกสาร กู้ธนาคาร เงินสด

1.

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน – ทะเบียนบ้านของผู้กู้ทุกเล่มที่มี(ทั้งเล่ม)

5 ชุด

4 ชุด

2.

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน – ทะเบียนบ้านของคู่สมรส(ถ้ามี)

5 ชุด

4 ชุด

3.

สำเนาทะเบียนสมรสหรือใบหย่า(ถ้ามี) หรือใบมรณะบัตรคู่สมรส(ถ้ามี)

5 ชุด

4 ชุด

4.

สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – ชื่อสกุล(ถ้ามี)

5 ชุด

4 ชุด

5.

ใบรับรองเงินเดือน พร้อมสลิปเงินเดือนฉบับจริง(เดือนสุดท้าย)

1 ชุด

-

6.

สำเนาทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพานิชย์(ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว) รูปถ่ายกิจการและสำเนาบัญชีกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน

1 ชุด

-

7.

สำเนาบัญชีธนาคาร(ย้อนหลัง 6 เดือนจากปัจจุบัน) ทุกๆ หน้า (ถ้ามีหลายบัญชีให้สำเนาทุกบัญชีที่มี)

1 ชุด

-

8.

สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย สำเนาใบเสร็จเงินจอง – เงินทำสัญญา และใบเสร็จงวดดาวน์ทุกงวดที่ชำระมาแล้ว

1 ชุด

-

การตรวจสอบเครดิตบูโร

ทุกธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูลเครดิตของลูกค้าก่อนจะพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ ซึ่งจะตรวจสอบประวัติการกู้ หรือหนี้เสียของลูกค้า โดยละเอียดในเรื่องต่างๆ เหล่านี้

  • หนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์

  • หนี้ค่าผ่อนชำระสินค้าต่างๆ ผ่อนรถยนต์ ผ่อนบ้าน

  • ประวัติการถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง ล้มละลาย ค้ำประกัน หรือบังคับชำระหนี้อื่นๆ ทุกประเภท

ข้อแนะนำอื่นๆ ที่ผู้ขอสินเชื่อควรทราบ

  • ต้องไม่ได้ยื่นกู้ซื้อบ้านอื่นอยู่ (กู้เองหรือกู้ร่วมกับผู้อื่น) หากมีภาระหนี้ดังกล่าว แล้วธนาคารจะนำค่างวดดังกล่าวมาหักจากรายได้ ทำให้รายได้สุทธิลดลงหรือไม่พอ การกู้อาจมีปัญหาหรือกู้ได้น้อยลง

  • ไม่เคยมีหนี้ค้างชำระ เช่น หนี้ค่าโทรศัพท์ น้ำ ไฟฟ้า ผ่อนรถยนต์ ผ่อนสินค้าต่างๆ หรือค้ำประกันหนี้

  • ไม่เคยถูกดำเนินคดีแพ่งหรือล้มละลายมาก่อน

  • หากจดทะเบียนสมรส ต้องมีคู่สมรสมาเซ็นให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมต่อธนาคาร ด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น เช่น แยกกันอยู่ หรือหาตัวไม่เจอ เว้นแต่หย่าขาดกันแล้ว โดยแสดงทะเบียนหย่า

  • ผู้กู้ต้องยื่นหลักฐานการฝากเงิน (บัญชีออมทรัพย์) หรือหลักฐานการออมเงินผ่านประเภทบัญชีต่างๆ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันยื่นกู้ธนาคาร โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีพอสมควรเพื่อยืนยันความสามารถในการชำระหนี้ได

  • ผู้กู้ต้องชำระเงินดาวน์ให้สม่ำเสมอตามกำหนด เนื่องจากธนาคารจะให้ข้อมูลการผ่อนดาวน์มาประกอบการพิจารณากู้ด้วย